หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

นี่คือความฝัน

ลองนึกดูมันจะสนุกสุดขั้วแค่ไหน ถ้าเราโลดแล่นในความฝันของตนเอง โดยรู้ตัวว่ามันคือความฝัน แต่ยังไม่ขอตื่น
      ย้อนกลับไปเมื่อผมอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา ผมเกิดความคิดขึ้นมาว่าถ้าเรารู้สึกตัวว่าฝันในความฝัน มันจะเกิดอะไรขึ้น มันต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแน่นอน
        ก่อนนอนในทุกคืนผมจึง ท่องประโยคอยู่อย่างหนึ่ง ด้วยหวังว่ามันจะทำให้ผมตื่นในความฝัน
        "นี่คือความฝัน" ผมท่องประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนนอนทุกวัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ไม่รู้ว่ากี่คืนที่ท่องคำๆนี้
        ณ โรงเรียนประถมประจำอำเภอ ผมกำลังอยู่ในหอประชุมของโรงเรียน มีเพื่อนนักเรียนกำลังวิ่งหยอกล้อไปมา มีแม่ครัวกำลังทอดอะไรสักอย่างน้ำมันเดือด ปุด ปุด
        "นี่คือความฝัน" มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในความคิดผม ในทันทีทันใดนั้นผมรู้สึกตัวว่า มันเป็นความฝันแน่ๆ ผมตื่นเต้น ที่จะได้สนุกในความฝัน
          ในฝันที่ผมรู้สึกตัวคร้งนี้ ผมเอามือไปจุ่มในกระทะของแม่ค้าที่มีน้ำมันเดือด 
        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ผมลำพองในใจก็มันเป็นฝันนี่น่า จะเป็นไรไป แม่ค้าในฝันถอยหลังไปหนึ่งก้าวที่เห็นผมทำอะไรแปลกๆ แผลงๆ ยังไม่หมดเท่านี้ ผมยังปีนเสาขึ้นไปคานใต้หลังคาหอประชุม สูงสัก 5 เมตร แล้วกระโดดลงมา พอเท้ากระทบพื้นไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย
         ผมไม่รู้ว่าผมตื่นนอนในตอนไหน แต่ฝันวันนี้มันตราตรึงใจ ไม่มีวันลืมเลย

สิ่งที่ได้เรียนรู้
        หากเปรียบความฝันในหนึ่งคืน เป็นชีวิตของคนหนึ่งคนทั้งชีวิต
ถ้าเรามีสติ รู้สึกตัว เราสามารถที่จะเผชิญปัญหาต่างๆ โดยไม่ต้องกล้วร้อน กลัวเจ็บ กลัวเสียใจ เพราะมันก็แค่เพียง 100 ปีเท่านั้น พอตายไปมันก็เหมือนกับเราตื่นมาในเช้าวันใหม่ 
        ดังนั้นในช่วงที่มีชีวิตอยู่ จงอยู่อย่างมีสติ รู้สึกตัว ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า จะได้ไม่ต้องเสียดายในภายหลัง


อะไรที่ทำให้องคุลีมาลกลับใจ



เราจะรับมือกับกับคนที่ลุ่มหลงมากและมีกำลังมากอย่างไร

        ขอยกตัวอย่างเรื่องราวพุทธประวัติ ในสมัยนั้นองคุลีมาล ผู้แสวงหาวิชาสุดยอดด้วยการประหารผู้ที่ผ่านไปมาในทางเปลี่ยว ได้สังหารคนไปแล้ว 999 คน เหลืออีกคนเดียว ก็จะครบ 1,000 ด้วยความหวังว่าปรมาจารย์จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ 
        ลักษณะขององคุลีมาลร่างใหญ่ นิสัยเด็ดขาด เหี้ยมหาญ เพื่อเป้าหมายได้สังหารคนโดยไม่กระพริบตา วิชาการต่อสู้ไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้
        พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่า จะเกิดเหตุไม่ดีเกิดขึ้น นั่นคือ คนที่ 1,000 จะเป็นแม่ขององคุลีมาล ท่านจึงหมายไปปราบองคุลีมาล โดยปรากฎกายเดินผ่านทางเปลี่ยวที่องคุลิมาลดักรออยู่
        "คนที่หนึ่งพันมาแล้ว" องคุลีมาล แสยะยิ้มดีใจที่มุมปาก ทันใดนั้นจึงกระโจนกาย ออกจากที่ซ่อน พุ่งไปยังทางที่พระพุทธเจ้ากำลังเดินผ่าน หมายเอาดาบฟาดไปยังสมณะรูปนี้ ให้สิ้นชีพในดาบเดียว
แต่ทว่าช่องว่าง 10 ก้าวระหว่างองคุลีมาลและพระพุทธองค์ ไม่มีทางไหนที่องคุลีมาลจะทำให้มันสั้นลงได้สักที 
         "หยุดก่อน สมณะ" องคุลีมาล ตะโกนออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยปานใจจะขาดปนสงสัย ที่วิ่งไล่เท่าไหร่ก็ไม่ทันสักที 
        "เราหยุดแล้ว แต่ท่านนั่นแหล่ะ ที่ยังไม่หยุด" พระพุทธองค์ปล่อยวาจาเรียบง่ายและทรงพลังออกมา
        องคุลีมาลยิ่งโมโหหนักยิ่งขึ้น ไฉนสมณะท่านนี้จึงกล่าวเท็จ ก็เห็นๆอยู่ว่าวิ่งไล่ยังไงก็ไม่ทัน
        "ที่หยุดนั่นคือ เราหยุดจากบาปและการเข่นฆ่าทั้งปวง แล้วท่านล่ะ หยุดหรือยัง" พระพุทธองค์ทรงเห็นว่าองคุลีมาลกำลังเหนื่อย และสับสน จึงยิงคำถาทรงพลังออกไป กระทบหูองคุลีมาล แต่กระเทือนไปถึงส่วนลึกในใจองคุลีมาล จนรู้สึกตัวชา ปลดเปลื้องพันธนาการที่มัวเมากับการเข่นฆ่า
        ทันใดนั้นองคุลีมาลเกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ได้ทบทวนสิ่งที่ตนเองได้กระทำมาทั้งหมด มันเป็นทางที่ผิดบาป แต่คำกล่าวของสมณะท่านนี้ ช่างกระทบใจยิ่งนัก ไม่เคยได้ยินจากท่านอาจารย์ที่สำนักมาก่อน องคุลีมาลจึงได้สติกลับมา ฆาตกรตนนั้นได้หายไปแล้ว จึงขอบวชติดตามพระพุทธองค์ 

สรุป ถ้าเราจะทำงานร่วมกับคนที่มีความยึดมั่นมากจะทำอย่างไร จากตัวอย่างนี้
นวดให้เหนื่อย คือฟังเขาพูดให้มากๆ จนเขาหมดเรื่องที่จะเล่า โดยฟังด้วยความใส่ใจ
ดึงให้สับสน เสนอความคิดที่ท้าทายความเชื่อดั้งเดิมของเขา ว่าคิดอย่างไรบ้าง
จี้ให้โดนจุด ตั้งคำถามที่ทรงพลัง ที่กระทบเข้าไปภายในใจ ทำให้เขาต้องฉุกคิด