หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่า แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ก้าวย่าง ห่างอบาย


   วันนี้ก็คงเหมือนทุกวันที่แสนธรรมดา ผมเดินวิ่งที่เป้าหมาย 450 กิโลแคลอรี่ แต่มีบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้การออกกำลังกายวันนี้แสนวิเศษยิ่งนัก
   ผมเริ่มเดินวิ่งที่ริมสระน้ำข้างโรงพยาบาล ตั้งแต้ฟ้ายังแจ้งด้วยแดดอ่อนๆ แทบทุกครั้งผมเป็นคนที่อยู่ในลู่วิ่งเป็นคนสุดท้าย กระทั่งฟ้ามืดมิดมองไม่เห็นเส้นลายมือ

   ขณะวิ่งได้สัก 300 กิโลแคลอรี่ บรรยากาศรอบสระน้ำมืดมัวมีไฟสลัวส่องแสง ผมสังเกตเห็นเงามืดยืนอยู่ใกล้พุ่มไม้ สายตาคู่นั้นจับจ้องมายังผม ผมกังวลเล็กน้อย

   พอเดินเข้าไปใกล้ เห็นชายหนุ่มแก้มตอบผอมแห้ง ผมชี้ฟูรุงรัง ท่าทางเซอร์ๆ เอ่ยถาม
" หมอครับ! ออกกำลังกายดีไหมครับ " ผมแปลกใจกับชายหนุ่มดูไร้เรี่ยวแรง สอบถามการออกกำลังกาย
" ดีครับ " ผมตอบไปสั้นๆ
   พอชายหนุ่มได้ยินที่ผมตอบ เขาไม่รีรอ ไม่วอร์มร่างกาย เขาก้าวเท้าวิ่งในทันที เหมือนปลดปล่อยอะไรบางอย่าง
   ผมสงสัยในท่าทีแปลกๆของชายหนุ่ม จึงพยายามวิ่งตามให้ทันเพื่อสอบถาม กลายเป็นว่าผมเริ่มหมดแรงแล้ว เปลี่ยนเป็นเดินไปเรื่อยๆแทน พร้อบขบคิดบางอย่างในใจ
   พอชายหนุ่มวิ่งมาถึงผมพอดี ผมจึงก้าววิ่งขนาบไปพร้อมเขา การสนทนาขณะจ๊อกกิ้งเกิดขึ้น
" ผมเห็นหมอวิ่งอยู่หลายรอบ แต่ตัวเองเอาแต่ดูดบุหรี่ในเงามืด รู้สึกสมเพชตัวเอง จึงขว้างบุหรี่ทิ้งไป "
" ยอดเยี่ยมมากครับ คุณมาทำอะไรแถวนี้ "
" ผมมาเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลครับ ท่านไม่สบายป่วยหนักด้วยโรคที่รักษาไม่หาย เบื่อเซ็งเลยมาหาที่ดูดบุหรี่ "
" แล้วคิดยังไง ถึงอยากวิ่งละครับ "
" ตอนแม่ผมป่วยหนัก ท่านบอกว่าอยากเห็นผมเลิกบุหรี่เลิกเหล้า และวันนี้ผมเห็นหลายคนรวมทั้งหมอวิ่งรอบสระน้ำ เกิดความคิด กูมานั่งสูบบุหรี่ทำอะไร คนอื่นเขาวิ่งออกกำลังกาย "
" คุณเจ๋งมาก ตั้งใจทำเพื่อแม่ เป็นคำร้องขอสุดท้ายจากท่านต่อคุณ "
   พอวิ่งไปสักพักถึงพุ่มไม้ที่ชายหนุ่มปรากฏตัวครั้งแรก เขาบอกให้ผมหยุดรอก่อน เขาควักบางสิ่งจากกระเป๋ากางเกงยีนส์
ที่พาดบนพุ่มไม้ ในเงามืดผมเห็นเป็นบางอย่างรูปร่างสี่เหลี่ยมขนาดฝ่ามือ เขายื่นสิ่งนั้นให้ผมพร้อมกล่าวว่า
" ช่วยเอาไปเผา หรือเอาไปทำลายให้ผมทีครับ "
สิ่งนั้นคือ ซองยาเส้น ผมรับกับมือชายหนุ่ม พร้อมจะจัดการให้
   การสนทนาขณะวิ่ง สร้างความหอบเหนื่อยแก่ผมอย่างยิ่ง จึงขอตัววิ่งอีกหนึ่งรอบ แต่ชายหนุ่มเชื้อเชิญให้ผมวิ่งอีกสี่รอบ ผมปฏิเสธเขาไป
   ระหว่างวิ่งผมสอบถามได้ว่า มารดาชายหนุ่มพักรักษาตัวเตียงที่สิบสอง ผมกล่าวให้กำลังใจชายหนุ่ม พร้อมขอตัวกลับก่อน
   พอแยกออกมาสักพัก ผมเดินทางไปถึงเตียงที่สิบสอง พร้อมกับชายหนุ่มที่เดินทางมาถึงพอดีเช่นกัน ผมแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร แล้วคุยกับคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียง
" คุณป้า ผมมีข่าวดีมาบอก ลูกชายคุณป้าจะเลิกบุหรี่แล้วครับ "
" ผมเจอเขาที่สระน้ำ วิ่งไปพร้อมกัน เขาสัญญาจะเลิกบุหรี่ เขาจะทำสิ่งนั้นเพื่อคุณป้า "
   น้ำตาแห่งความปลื้มใจ ไหลรินคลอแก้วตาทั้งสองของคุณป้า สำทับด้วยคำยืนยันของชายหนุ่ม
" แม่! ผมจะเลิกทั้งเหล้าและบุหรี่ ตั้งแต่ตอนนี้ครับ "
ผมขนลุกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง
   ผมเดินออกมาจากเตียงที่สิบสอง ด้วยยิ้มน้อยๆที่มุมแก้ม พร้อมฉากหลังของครอบครัว ที่ได้ลูกชายคนใหม่ รายล้อมด้วยกำลังใจจากญาติกา และรู้สึกได้ถึงความรัก


ยาเส้นจากชายหนุ่ม

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปลดเปลื้องพันธนาการ



     สิ่งสำคัญในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในช่วงเปลวเทียนใกล้มอด คือการ 'เยียวยาจิตวิญญาณ'

     มานะ หนุ่มน้อยวัยแปดขวบ มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ตามรอยนักเตะขั้นเทพโรนัลโด้ ต้นแบบของเขา
     ทว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน ขณะที่มานะเตะบอลกับเพื่อนที่โรงเรียน เขาล้มลงหมดสติ ขณะกำลังง้างเท้ายิงประตู
     หนุ่มน้อยตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาล ในอ้อมกอดของพ่อและแม่บนเตียงผู้ป่วย พร้อมกับข่าวร้ายของครอบครัวนี้ เขาเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย

     พ่อกับแม่ของมานะรู้สึกชาที่หน้า หลังจากออกจากห้องแพทย์เจ้าของไข้ กับเสียงที่ก้องในหู 'มานะอยู่ได้ไม่เกินหกเดือน' 
"ทำไมพ่อกับแม่ร้องไห้ เวลากอดผมครับ" มานะถามด้วยแววตาใสซื่อ
     ร่างกายของมานะไม่เหมือนเดิมหลังออกจากโรงพยาบาล เหนื่อยง่าย วูบบ่อยๆ เดินได้ไม่ไกล เรื่องวิ่งไม่ต้องพูดถึง เขานั่งดูเพื่อนเล่นอยู่ข้างสนามบอลที่โรงเรียน
"ครูครับ ทำไมผมเตะบอลกับเพื่อนไม่ได้ครับ" หนุ่มน้อยถามด้วยความเศร้า กับครูที่นั่งอยู่ข้างๆ

     ที่โรงพยาบาลมานะกับปู่นั่งรอพ่อแม่ ที่หน้าห้องตรวจโรค
"จากประวัติและการตรวจเพิ่มเติมในวันนี้ สรุปได้ว่าเนื้องอกลุกลามมากขึ้นครับ" แพทย์แจ้งโรคที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
"มีหนทางใดพอจะช่วยลูกผมได้ไหมครับหมอ ผมขอร้อง" พ่อวิงวอน ขณะที่แม่กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
"ในระยะนี้ไม่มีทางรักษาได้ สิ่งสำคัญในช่วงนี้ คือให้มานะได้ทำตามปรารถนาครับ" แพทย์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"พ่อครับ คุณหมอจะให้ผมเตะบอลได้เมื่อไหร่" หนุ่มน้อยรบเร้าคำตอบจากบิดา
"ได้สิลูก พ่อสัญญา" พ่อตอบด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมลูบศีรษะมานะเบาๆ

     ครูของมานะและผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียน ทั้งสองคนได้ยินความปรารถนาของหนุ่มน้อยจากพ่อของมานะ แล้วตกลงช่วยกันสร้างฝันนั้นให้เกิดขึ้น
     เรื่องราวของมานะถูกเล่าจากปากสู่ปาก วันนี้เป็นนัดสำคัญของทีมฟุตบอลโรงเรียนของมานะ ถ้าชนะคู่แข่งจะได้เป็นตัวแทนอำเภอไปเตะที่จังหวัดต่อไป
     กองเชียร์นั่งเต็มอัฒจันทร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายคนชูป้ายกระดาษเขียนว่า 'มานะ สู้ๆ'
     มานะในชุดนักฟุตบอล เดินนำทีมลงสู่สนาม เสียงปรบมือดังอยู่ยาวนาน หนุ่มน้อยสัมผัสพลังอันอบอุ่นจากกำลังใจของผู้คนที่ส่งตรงถึงหัวใจ เขาตื้นตัน ชูมือขึ้นกำหมัดไว้แน่น

     เสียงนกหวีดยาวดังขึ้น การแข่งขันเริ่มแล้ว มานะนั่งเชียร์เพื่อนอย่างตื่นเต้น ที่ซุ้มม้านั่งตัวสำรอง
     มานะถูกเปลี่ยนเป็นคนที่สาม ในช่วงนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลา ผลการแข่งขันเสมอกันที่ 0:0 ต้องดวลจุดโทษต่อไป
     มานะถูกเลือกให้ยิงลูกโทษคนสุดท้าย เขาเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูร่างใหญ่ตัวต่อตัว เสียงเชียร์ดังกระหึ่มข้างสนาม "มานะ" "มานะ" "มานะ"
     มานะตั้งสมาธิไปที่ลูกบอล ค่อยๆถอยหลังห่างลูกบอลสองก้าว ยืนกางขาในท่าชาร์จพลัง ซอยเท้าถี่ๆอยู่กับที่สี่ครั้ง วิ่งไปยังลูกบอลตรงหน้า แล้วหวดเต็มแรงด้วยเท้าขวา ลูกบอลพุ่งทะยานออกไป ทันใดนั้นร่างหนุ่มน้อยล้มฟุบลงไป พร้อมเปลวไฟแห่งชีวิตดับลง 

     ในอ้อมกอดของพ่อ ร่างน้อยใบหน้าซีดขาว อยู่ในลักษณะยิ้มน้อยๆ เย้ยความหวาดกลัว เขาได้ปลดปล่อยตัวเองแล้ว

(แรงบันดาลใจ :

Rochdale name terminally ill five-year-old Joshua McCormack as substitute for Checkatrade Trophy clash)


     

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ไม้ได้เป็นหมอ ก็ดูแลพ่อได้

       คุณปู่ป่วยเป็นโรคร้ายอยู่ในระยะท้ายของชีวิต ได้ตกลงกับคนในครอบครัวว่าถ้าอาการหนักมากขึ้น ไม่ต้องเอาไปโรงพยาบาล อยากสิ้นใจอยู่ที่บ้าน        ทุกคนในบ้านพากันทำตามเจตจำนงของคุณปู่ตั้งแต่รู้ว่าโรคร้ายได้ลุกลามไปมากแล้ว
       ครอบครัวนี้พาคุณปู่มายังบ้าน ที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิต อาการของคุณปู่เป็นมากขึ้น ลุกเดินไม่ได้ นอนติดเตียง กินได้น้อยลงอย่างมาก เบื่ออาหาร มีอาการปวดร้าวไปตามกระดูกทั่วร่าง ดั่งเข็มเป็นพันเล่มทิ่มแทงตลอดเวลา ยาอย่างแรงที่มี ต้องกินทางปาก เริ่มใช้ไม่ได้ผล เพราะคุณปู่เบื่ออาหาร กินยาเม็ดลำบากมาก      
       บทบาทของศูนย์ดูแลต่อเนื่องของโรงพยาบาลใกล้บ้านจึงเริ่มขึ้นพยาบาลประจำหน่วยดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ได้เข้ามาประเมินอาการคุณปู่ พบว่าอาการคุณปู่ไม่สู้ดีนัก ได้คุยกับครอบครัวคุณปู่ถึงการจัดการอาการรบกวนในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยจะให้ยาระงับอาการปวดชนิดรุนแรงทางใต้ผิวหนังออกฤทธิ์ยาว 24 ชั่วโมง       
      เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่มีงานประจำที่โรงพยาบาล ในช่วงที่ยาหมดครบ 24 ชั่วโมงอาจมีปัญหา จึงได้คุยกับลูกชายผู้ป่วยให้ช่วยเติมยาให้ผู้ป่วยผ่านเครื่องนำส่งยา ลูกชายผู้ป่วยยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำหน้าที่นี้ พอสอนจนทำเป็น ทีมงานจึงลากลับโรงพยาบาล        
     ในวันหยุดราชการ ลูกชายของผู้ป่วย มารับยาที่ห้องฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ผสมยาไว้ให้พร้อมสำหรับคุณปู่ ลูกชายเพียงนำยาที่เตรียมไว้ในกระบอกฉีดยา เอาไปต่อกับเครื่องนำส่งยาใต้ผิวหนังที่บ้าน แค่นี้ก็สามารถจัดการอาการรบกวนคุณปู่ได้ 24 ชั่วโมง     
     5 วันต่อมา ได้ทราบข่าวว่า คุณปู่จากไปแล้วลูกชายได้นำเครื่องนำส่งยามาคืนโรงพยาบาล พร้อมขอบคุณทางโรงพยาบาลที่ช่วยเหลือดูแลคุณปู่เป็นอย่างดี"ผมนำเครื่องส่งยามาคืนครับ  ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ดูแลคุณพ่อจนสิ้นลม  ก่อนจากไปท่านดูสงบ ไม่ทุรนทุราย  ผมภูมิใจที่ผมได้เป็นหมอดูแลพ่อตนเองได้"เขากล่าว ด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำบ่อน้อย ที่ท้นในเบ้าตาทั้งสองข้าง พอต้องแสง กลายเป็นประกายที่งดงาม






วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คนไข้เปลี่ยนใจคุณหมอ

        คลินิกโรคหืดจะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ในช่วงเช้า ณ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง
วันนี้ก็เหมือนกับทุกจันทร์ที่ผ่านมานั่นแหล่ะ ที่ต้องมีแพทย์มาตรวจ มีพยาบาลคัดกรองผู้ป่วย
มีผู้ป่วยโรคหืดเป่าหลอดทดสอบสมรรถภาพปอด แล้วส่งเข้าพบแพทย์
ในการสื่อสารกับผู้ป่วยผมจะใช้ภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก คือภาษาอีสาน ยิ่งพูดได้ถูกตามเผ่าของผู้ป่วย
การสนทนาจะยิ่งออกรสชาติ คุยกันเหมือนญาติพี่น้อง ทลายกำแพงหมอกับคนไข้ เกิดความไว้ใจ
มีความลับอะไร หรือสงสัยอะไร ก็จะถามหมอ
     
        "ผมยังสูบบุหริ่อยู่ครับ วันละ 3 มวน" ผู้ป่วยหนุ่มใหญ่ได้กล่าวกับผม จากความเชื่อใจต่อกัน
ไม่กลัวที่โดนหมอดุ หมอคอยหาทางออกร่วมกับคนไข้รายนี้ ตามบริบทชีวิตของเขา
ที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนที่สูบบุหรี่ สูบบุหรี่แล้วทำให้กระปรี้กระเปร่าทำงานได้ ผู้ป่วยรายนี้ให้สัญญาว่า
จะพยายามเลิกบุหรี่ให้ได้ หน้าที่หมออย่างผมก็ต้องเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย

        เวลาก็ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว อีก 5 นาที จะพักเที่ยง ผมเตรียมตัวเก็บของที่จะไปกินข้าวแล้ว
เพราะคลินิกโรคหืดมักเสร็จก่อน 11.30 นาฬิกา
"คุณหมอค่ะ เหลือคนไข้อีกคนหนึ่งค่ะ" เสียงพยาบาลแจ้งให้ผมรู้ว่ายังมีผู้ป่วยอยู่ ขณะนั้นเวลาเที่ยงพอดี

        ผมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เพราะปกติ 11 โมงครึ่ง ก็ไม่มีคนไข้แล้ว ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว ด้วยความเคยชินแบบเดิมๆ จึงมีอารมณ์ไม่ดีที่ไม่ได้พักเที่ยงตามเวลา บวกกับเริ่มหิวข้าวแล้ว
ในใจตอนนั้นเตรียมคำถามที่ก้องในหัวว่า ทำไมมาเอาป่านนี้ๆๆๆ
พยาบาลแง้มผ้าม่าน พาคุณตาคนหนึ่ง ผิวเข้ม ผมขาวโพลน หน้าตาซื่อซื่อ มานั่งยังเก้าอี้
ก่อนที่ผมจะยิงคำถามหักหาญน้ำใจกับคุณตานั้น พยาบาลได้กล่าวกับผมว่า

        "คุณหมอค่ะ คุณตาเพิ่งมาถึงตอนเกือบเที่ยงค่ะ"  ผมคิดในใจ แล้วมัวทำอะไรอยู่
        "คุณตาออกจากบ้าน ตั้งแต่ 8 โมงแล้วค่ะ เพิ่งมาถึง" ทำไมเดินทางนานจัง ผมสงสัยในใจ
        "คุณตาปั่นจักรยานมาคนเดียวค่ะ"

        ตอนนี้ผมเริ่มสงสารคุณตา จึงถามไปว่าคุณตาว่าเหนื่อยไหม ที่ปั่นจักรยานมา คุณตาบอกว่าเหนื่อยก็หยุดพัก เกือบสิบรอบกว่าจะมาถึงโรงพยาบาล ณ จุดนี้ผมเริ่มสะท้อนเข้ามาข้างในใจตนเอง เห็นการสั่นไหวภายในของตน เห็นความพยายามของคุณตา ทั้งๆที่เป็นโรคหืด อายุก็มาก หนทางก็ไกลสัก 13 กิโลเมตรได้
ผมนิ่งไปสักพัก!
ผมเริ่มพูดไม่ออก จุกที่อก ความหิว ความโกรธคุณตาก่อนหน้านี้ โดนไล่ที่ด้วยความเห็นใจ และสงสารจับใจ

จึงรีบตรวจและประสานกับพยาบาล ให้ดูแลเรื่องยาโรคหืด ส่งถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ของคุณตา จะได้รับยาใกล้บ้าน
        พยาบาลใจดี นำข้าวน้ำมาเลี้ยงคุณตา พอถึงเวลาบ่ายโมงตรง ผมกับทีมงานเยี่ยมบ้าน มีภารกิจแถวชุมชนของคุณตา จึงพาคุณตาไปส่งที่บ้านด้วย
สิ่งที่เห็นคือจักรยานคู่ชีพของคุณตา อยู่ในสภาพบุโรทั่ง เก่าขึ้นสนิม อายุใช้งานน่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปี
พอถึงบ้านคุณตา มีคุณยายนั่งรออยู่หน้าบ้าน สภาพไม่ต่างจากคุณตา คือเดินเหินลำบาก มองมายังคุณตาด้วยแววตาที่เป็นห่วงปนดีใจ เพราะคุณยายกลัวคุณตาจะไปไม่ถึงโรงพยาบาล

        ก่อนรถกระบะโรงพยาบาล จะพ้นบ้าน ผมเหลือบมองไปเห็น ฉากสนทนาระหว่างคุณตากับคุณยายที่อยู่หน้าบ้าน บรรยากาศของคนรักที่รอคอยการกลับมาของสามีด้วยความเป็นห่วง ช่างอบอุ่น อบอวล ด้วยความสุข

มันเกิดการเปลี่ยนแปลงในใจของผมแล้ว ตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องตรวจ






วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ผู้ให้สุดท้ายแล้วย่อมได้รับ

สุขจากการให้
        มีอยู่ครั้งหนึ่งผมนั่งเครื่องบินไปลงกรุงเทพมหานคร พอเครื่องกำลังจะจอด ผู้โดยสารแทบทุกท่านต่างกุลีกุจอรีบเร่งที่จะลงจากเครื่อง ถอดสายคาดนิรภัย เสียงดัง แต๊บ แต๊บ ตั้งแต่เครื่องยังไม่จอดสนิท
        ผมรอจนมีสัญญาญให้ถอดสายคาดนิรภัย จึงถอดสายคาดออก แต่ยังไม่สามารถ ไปเอากระเป๋าที่อยู่บนชั้นเหนือศีรษะได้ เพราะเพื่อนผู้โดยสารต่างยืนออหนาแน่นบนทางเดิน
        พอมีจังหวะที่คนเริ่มเดิน ผมจึงแทรกเบียดตัวเอากระเป๋าบนชั้นลงมา โดยที่ไม่มีท่าทีของเพื่อนผู้โดยสารท่านใดจะชะลอให้ผมเลย
         แต่แล้วมีผู้หญิง วัยทำงานท่านหนึ่ง หยุดรอให้ผมหยิบกระเป๋า  ผมหันกลับไปขอบคุณ เธอยิ้มให้เล็กน้อย พร้อมผายมือ ในลักษณะให้ผมไปก่อน 
       ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเป็นความรู้สึกดี ในท่ามกลางความเร่งรีบของผู้คน เหมือนต้นไม่ที่ขาดน้ำเพราะฝนแล้งมานาน ได้รับน้ำ 1 ฝักบัว ผมรู้สึกถึงความปิติ
        ออกจากสนามบินดอนเมืองผมขึ้นแทกซี่ จะไปลงที่ศูนย์ประชุมแห่งหนึ่ง ปรากฎว่าผมบอกผิดที่ จนไปประชุมสาย จึงมองมุมบวกว่า ก็ดีนะครั้งหน้าจะได้ไม่หลงทางอีก
        หลายวันต่อมา ผมได้ส่งต่อความรู้สึกดีจากการให้ โดยหยุดรถให้คนที่จะข้ามถนนได้ไปก่อน ทำไปแล้วรู้สึกดีนะ
       นี่คือความสุขเล็กๆจากการเป็นผู้รับ และขยายความสุขเล็กๆนั้นส่งต่อไปยังผู้อื่น

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เปลี่ยนหนูให้เป็นอิสรภาพทางการเงิน

มีขั้นตอนดังนี้
1. นำซากหนูตาย ไปขายให้คนเลี้ยงแมว ได้ 5 บาท
2. นำเงิน 5 บาท ไปซื้อน้ำอ้อยเลี้ยงคนเก็บดอกไม้  จนได้ดอกไม้มาตอบแทนน้ำใจ แล้วนำดอกไม้ไปขาย
3. นำดอกไม้ไปขาย ซื้อน้ำอ้อยไปเลี้ยงคนเก็บดอกไม้ ให้มากขึ้น และหลายครั้ง จนเก็บเงินได้สัก 500 บาท
4. วันนึงพายุเข้าพัดต้นไม้ในอุทยาน โค่นล้มระเนระนาด ชายหนุ่มอาสาเก็บกิ่งไม้ใบไม้พวกนี้ โดยขอเอาไปทั้งหมด โดยขอแรงเด็กที่กำลังวิ่งเล่น โดยเลี้ยงน้ำอ้อยคนละถุง โดยกิ่งไม้ถูกนำมากองไว้หน้าอุทยาน
5. ช่างปั้นหม้อมือดี ผ่านมาเห็นเข้า ชายหนุ่มจึงขายเศษกิ่งไม้ทั้งหมด ได้เงิน 5000 บาท พร้อม แถมตุ่มใหญ่อีก 4 ใบ จากช่างปั้นหม้อ
6. เขาจึงตักน้ำดื่มใส่ตุมใหญ่ 4 ใบ ไปตั้งรอตรงปากทางที่คนเกี่ยวหญ้า 500 คน จะผ่านมา แล้วเชื้อเชิญให้ดื่มน้ำ จะได้หายเหนื่อย
คนเกี่ยวหญ้าขอบคุณในน้ำใจ พร้อมสัญญาว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกมาเลย
7. วันหนึ่งมีพ่อค้าม้า 500 ตัวจากต่างเมืองแวะมา ชายหนุ่มจึงขอร้องพี่คนเกี่ยวหญ้าขอหญ้าคนละ 1 กำ ปรากฏว่าวันนั้น หญ้าขาดแคลนมากเพราะทุกคนนำมาให้ชายหนุุม เขาจึงขายหญ้าให้พ่อค้าม้าได้ราคาดีมาก 
8. ชายหนุ่มทราบข่าวว่า อีก 2 วัน จะมีเรือเดินสินค้ามาเทียบท่า
เขาจึงลงทุนเช่ารถม้า พร้อมทั้งเช่าเสื้อผ้าแต่งตัวภูมิฐาน แล้วไปเจรจากับหัวหน้านายเรือ เพื่อขอซื้อสินค้าทั้งหมดในเรือ โดยวางเงินมัดจำไว้ก่อนส่วนหนึ่ง 
9. หลังจากมัดจำสินค้าทั้งหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงป่าวประกาศว่า สินค้าในเรือทั้งหมดเป็นของข้าพเจ้า ใครสนใจติดต่อข้าพเจ้าโดยตรง วันนั้นมีพ่อค้ามากมายที่มาทีหลัง จึงขอซื้อสินค้ากับชายหนุ่ม และร่วมเป็นหุ้นส่วน
10. ปรากฏว่า ชายหนุ่มได้กำไรจากการขายสินค้าจากเรือ 1 ล้านบาท
11. เศรษฐีผู้หนึ่ง แอบสังเกตชายหนุ่ม และทึ่งในปัญญา ความสามารถ จึงยกลูกสาวคนเดียวให้ชายหนุ่มดูแล พร้อมกับครอบครองมรดกอีกมากมาย

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ลมหายใจสุดท้าย ดูแลอย่างไร

วันนี้จะเล่าเรื่องอาการของผู้ที่เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต
        
        ทุกคนในโลกนี้เมื่อเกิดมาแล้ว ล้วนต้องตายกันทุกคน ขึ้นอยู่กับเวลา และสถานการณ์ ในบทความนี้จะกล่าวถึงผู้ที่มีอาการที่เข้าได้กับช่วงสุดท้ายของชีวิต เช่น ผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรคต่างๆ
        ลักษณะที่สังเกตได้คือ
        1. กินดื่มได้ลดลง
        2. เหนื่อยง่าย นั่งนอนเป็นส่วนใหญ่
        3. สื่อสารได้ช้าลง
        4. เพ้อ สับสน
        ถ้าพบผู้ที่เข้าได้ในลักษณะนี้ นี่คือสัญญาณว่า เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตแล้ว
        เราจะดูแลเขาเหล่านั้นอย่างไร
        1. ตั้งสติให้พร้อม เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
        2. อย่าบังคับให้ผู้ป่วยกินมากเกินไป
        3. อย่าให้น้ำเกลือโดยไม่จำเป็น
        4. ปลดพันธนาการทั้งหลาย เช่น ที่ให้น้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ
สายยางอาหาร
        5. ทำตามความประสงค์ของผู้ป่วย ที่ยังค้างคา ไปจัดการให้เรียบร้อย
        6. เหนี่ยวนำให้ผู้ป่วยน้อมระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยทำมา หรือระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ